09.02.08
ข่าวจากหนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษ
อ่านข่าวคนไทยฆ่าฟันกันเองแล้วผมก็เศร้าครับ
สมัครออกแล้วปัญหาจบจริงหรือ
ทำไมสนธิ ลิ้มทองกุลไม่ประกาศเป็นนายกรัฐมนตรีเองเสียเลยนะ
ข่าวจากหนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษ : ประเทศไทยประกาศสภาวะฉุกเฉินหลังการประท้วงกลายเป็นความรุนแรง (2 กันยายน 2008)
เมื่อเช้าวันนี้ประเทศไทยได้ประกาศสภาวะฉุกเฉินแล้วหลังจากมีผู้เสียชีวิตหนึ่งรายจากการปะทะกันของกลุ่มผู้ประท้วงที่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช ลาออก และกลุ่มผู้ที่สนับสนุนนายสมัคร
นายสมัครมอบอำนาจให้กองทัพบกเป็นผู้นำความสงบกลับคืนสู่ท้องถนนในกรุงเทพหลังจากที่มีการต่อสู้กันขึ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่การรณรงค์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
จุดเปลี่ยนที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นเกิดขึ้นหลังจากที่กองกำลัง 400 นายได้เข้าสลายม็อบผู้ประท้วงที่มีอาวุธเป็นไม้กอล์ฟและท่อนไม้ซึ่งอยู่ที่ถนนหน้าที่ทำการสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ
มีการยิงกระสุนปืนจำนวนหนึ่งเข้าใส่ผู้ประท้วง ซึ่งทำให้สถานการณ์เพิ่มความรุนแรงยิ่งขึ้น
ท่ามกลางความวุ่นวายของการเมืองไทย นายกรัฐมนตรียังเผชิญกับโอกาสที่พรรคการเมืองที่เพิ่งร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้แปดเดือนอาจถูกยุบพรรค ภายหลังที่วันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ลงมติว่าจะเสนอให้ศาลฎีกามีคำสั่งยุบพรรคเพราะเหตุของการโกงเลือกตั้ง อย่างไรก็ดีต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าศาลจะมีคำตัดสินเช้าวันนี้ สมัครได้ประกาศภาวะฉุกเฉินโดยระบุว่าเป็น “วิธีการที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่เป็นได้” โดยถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ระบุว่าจะมีผลนานแค่ไหน โดยเพียงแต่บอกว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างรวดเร็วในการให้สัมภาษณ์ทางทีวี สมัครบอกว่าเขาหวังที่จะหลีกเลี่ยงการใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินนี้ แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจนมีผู้เสียชีวิตหนึ่งคนและบาดเจ็บ 34 ราย โดยสองคนบาดเจ็บจากการถูกยิงเป็นตัวบังคับให้เขาตัดสินใจ “ไม่มีใครมีสิทธิที่จะทำเหมือนที่พวกเขา [พันธมิตรฯ] ได้ทำลงไป” สมัครพูด “ผมไม่มีทางเลือกอย่างอื่นนอกจากประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงเทพเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้เด็ดขาด”
สมัครมอบอำนาจให้ผู้บัญชาการทหารบก พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้รับผิดชอบโดยเด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินในเมืองหลวงของประเทศไทย พลเอกอนุพงษ์บอกว่ากองทัพจะช่วยเหลือตำรวจในการรักษาความสงบ
คำสั่งดังกล่าวให้อำนาจผู้นำกองทัพในการกักตัวและเคลื่อนย้ายผู้คนจากสถานที่ใด ๆ การใช้กำลังทหารตามถนน การเซ็นเซอร์สื่อมวลชนที่อาจ “ทำลายความมั่นคงภายใน” และห้ามการชุมนุมตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป
ความตึงเครียดในกรุงเทพยังอยู่ในระดับสูงโดยมีกองกำลังทหารเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณที่ทำการองค์การสหประชาชาติ ซึ่งตามถนนมีเศษก้อนหินและขยะจากการปะทะกันเมื่อคืนนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไรเพราะผู้ประท้วงรัฐบาลนับจำนวนหลายร้อยจากกลุ่มพันธมิตรฯ ยังประกาศจะรณรงค์ต่อสู้และยึดครองที่ตั้งที่ทำการรัฐบาลในกรุงเทพต่อไป
“เราเพิ่งประกาศว่าเราต้องรณรงค์ที่ [ที่ตั้งทำเนียบรัฐบาล] ต่อไป” โฆษกกลุ่มพันธมิตรฯ ประกาศวันนี้ “เราต้องการประชาธิปไตย เราต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง”
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลและต่อต้านเผด็จการที่สวมเสื้อสีแดงให้ปะทะกับกลุ่มพันธมิตรใกล้ที่ตั้งทำเนียบรัฐบาล
ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ประเทศสิงคโปร์และเกาหลีใต้ประกาศแนะนำประชาชนให้งดเว้นการเดินทางมายังประเทศไทย เว้นแต่มีความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น ซึ่งเป็นการชี้ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยคงจะต้องมีปัญหาในไม่ช้า
http://www.guardian.co.uk/world/2008/sep/02/thailand1/print