09.01.08
สมัครลาออกแล้วปัญหาจบจริงหรือ
ผมได้อ่านบทความในไฟแนนเชียลไทมส์ วิเคราะหืได้ตรงใจระดับหนึ่งถึงเรื่องพันธมิตรที่ไม่ได้เคยคิดเชิดชูประชาธิปไตยเหมือนชื่อ
การอ้างเสียงคนส่วนน้อยมาบีบบังคับเสียงส่วนใหญ่ การเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งลาออก ลาออกแล้วผลต่อไปคืออะไร
ออกไป ตามรัฐธรรมนูญก็ต้องให้ สส. ลงคะแนนเลือกนายกฯคนใหม่
เลือกมาแล้ว หนีไม่พ้นคนของพรรคพลังประชาชนอีก แล้วจะหยุดประท้วงไหม ในเมื่อข้อกล่าวหาก็ลมๆแล้ง ข้อกล่าวหาว่าคอร์ณัปชั่น ก็อยู่ในชั้นศาล ถ้าไม่หยุดประท้วง แล้วจะอย่างไร ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ คราวนี้ ถ้าพลังประชาชนได้มากกว่าเดิม จะทำอย่างไร
ตกลงเราจะเลือกประชาธิปไตย หรือจะกลับไปสู่สมบูรณาญาสิทธิราช
http://www.ft.com/cms/s/0/a866220e-7774-11dd-be24-0000779fd18c.html?nclick_check=1
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์: (31 ส.ค. 2008)
นายกฯไทยบอกว่าจะไม่ลาออก: สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีของไทยได้ย้ำเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่าเขาจะไม่ลาออก และเขาได้เรียกประชุมสภาร่วมแบบฉุกเฉินเพื่อร่วมพิจารณาว่าจะยุติคลื่นของการประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ส่งผลต่อการจราจรทั้งทางบกและทางอากาศได้อย่างไร โดยการประท้วงได้นำไปสู่การยึดที่ตั้งที่ทำการของรัฐบาลเป็นเวลา 6 วัน
ในการให้สัมภาษณ์ทางวิทยุประจำสัปดาห์ สมัครยืนยันว่าเขาจะไม่ยอมก้มหัวให้กับแรงกดดันจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งได้เรียกร้องให้เขาลาออกโดยอ้างว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของสมัครซึ่งเพิ่งทำหน้าที่ได้เพียง 7 เดือนนั้นใกล้ชิดกับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร มากเกินไป
“ผมไม่กลัว แต่ผมกังวลว่าจะเกิดความวุ่นวายขึ้นในประเทศ” สมัครซึ่งเป็นผู้นำพรรคพลังประชาชน ซึ่งได้ใช้นโยบายสนับสนุนทักษิณในการหาเสียงเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่าน “การประกาศใช้ภาวะฉุกเฉินจะทำลายภาพพจน์ของประเทศในสายตาของชาวโลก ผมจะไม่ทำ”
พรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลกับสมัครก็ดูจะให้การสนับสนุนเขา เป็นการปฏิเสธข่าวลือที่ว่าจะมีการยุบสภาและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่
แต่ในขณะที่ฝ่ายบริหารมีความลังเลที่จะเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ประท้วงและจัดการย้ายผู้ประท้วงออกจากทำเนียบรัฐบาล ทำให้ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับภาวะสงครามที่ยืดเยื้อ โดยมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเพราะกลุ่มผู้ประท้วงพยายามเพิ่มแรงกดดันต่อฝ่ายรัฐบาล
การที่กลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งเป็นกลุ่มหัวรุนแรงที่ต่อต้านทักษิณได้เข้าปิดล้อมสนามบินสำคัญสามแห่งและรบกวนการเดินทางในช่วงสุดสัปดาห์ เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าพวกเขาพร้อมที่จะทำลายเศรษฐกิจของไทยเพื่อให้บรรลุจุดหมายทางการเมือง
นอกเหนือจากการเรียกร้องให้สมัครลาออกแล้ว กลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งบุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันอังคารที่แล้วยังต้องการให้มีสภาผู้แทนราษฎรแบบใหม่ โดยร้อยละ 70 ของผู้แทนมาจากการแต่งตั้งและร้อยละ 30 มาจากการเลือกตั้ง
“เราก็กำลังจมลง” สุนัย ผาสุก นักวิเคราะห์การเมืองของกลุ่มฮิวแมนไร้ท์ว้อทช์บอก “เรากำลังเผชิญกับสถานการณ์ทางการเมืองที่พร้อมจะระเบิดอย่างรุนแรงและไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนที่คุณจะคาดหมายได้ว่าจะจบสิ้นเมื่อใด คุณไม่เห็นความจริงใจหรือความเต็มใจที่จะยุติเรื่องนี้จากทุกฝ่าย”
สนามบินในภูเก็ตและสมุยซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลที่สำคัญที่สุดของไทย 2 แห่งเพิ่งเปิดให้บริการได้อีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์หลังจากปิดทำการไปสองวันทำให้นักท่องเที่ยวตกค้างหลายพันคน โดยสายการบินบางแห่งจะยังระงับการให้บริการต่อไป ตัวแทนการท่องเที่ยวต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่าการจองทริปมาท่องเที่ยวในไทยลดลงอย่างมาก เพราะข่าวเรื่องการก่อความไม่สงบ
การปิดสนามบินไทยเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บริษัทตัวแทนการท่องเที่ยวในยุโรปกำลังจัดเตรียมแพคเกจการเดินทางให้ลูกค้าสำหรับฤดูแห่งการท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาวที่ถือเป็นไฮซีซั่นที่กำลังจะมาถึง ซึ่งจะส่งผลเสียให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งคิดเป็นร้อยละ 6 ของผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (GDP)
กระนั้นก็ตามในการแถลงข่าวเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในผู้นำคนสำคัญของกลุ่มพันธมิตรกลับชี้ว่าอาจจะมีการดำเนินการก่อความวุ่นวายที่รุนแรงกว่าเดิมโดยชี้ว่าการปิดสนามบินคือตัวอย่างที่แสดงว่ากลุ่มผู้ประท้วงสามารถทำให้ประเทศต้องชะงักงันได้ โดยเขาบอกว่า “เราสามารถทำให้เสียหายมากกว่านี้ได้”